ทำไมพูดถึง Joplin

Joplin เป็นแอปจดบันทึกโอเพนซอร์ซ (MIT license) ที่รองรับ Markdown ซิงค์ข้ามอุปกรณ์ผ่านบริการที่ผู้ใช้เลือกเอง และมีระบบปลั๊กอิน เราใช้มันเป็นตัวอย่างในการอธิบายวิธีวัดการยอมรับฟีเจอร์และการมีส่วนร่วม เพราะมันมีฟีเจอร์หลายตัวที่ผู้ใช้ใช้ไม่เท่ากัน ทำให้เห็นภาพการวิเคราะห์ได้ชัด

ข้อมูลเกี่ยวกับ Joplin ในหน้านี้มาจากเอกสารทางการของโปรเจกต์ (joplin.net) และที่เก็บซอร์ซโคดบน GitHub ไม่ใช่การรับรองหรือคำแนะนำให้ซื้อ — Joplin เป็นซอฟต์แวร์ฟรี

ฟีเจอร์หลักที่น่าวิเคราะห์

  • การจดบันทึก Markdown — ฟีเจอร์หลัก วัดการยอมรับได้จากอัตราผู้ใช้ที่สร้างโน้ตอย่างน้อยหนึ่งบันทึกในสัปดาห์แรก
  • การซิงค์ข้ามอุปกรณ์ — ฟีเจอร์ที่ใช้งานยากกว่า วัดการยอมรับได้จากอัตราผู้ใช้ที่ตั้งค่าซิงค์สำเร็จ และกลับมาใช้บนอุปกรณ์ที่สองภายใน 14 วัน
  • ปลั๊กอิน — ฟีเจอร์ขั้นสูง วัดการมีส่วนร่วมได้จากจำนวนปลั๊กอินที่ติดตั้งและยังเปิดใช้อยู่ในรอบ 30 วัน
  • ตัวแก้ไขริชเท็กซ์ vs Markdown — ตัวเลือกที่บอกระดับผู้ใช้ วัดการมีส่วนร่วมได้จากสัดส่วนการใช้แต่ละโหมด

วิธีวิเคราะห์การยอมรับฟีเจอร์ของ Joplin (ตัวอย่างเช็กลิสต์)

ถ้าทีม Joplin จ้างเราวิเคราะห์ เราจะใช้เช็กลิสต์เดียวกับที่ใช้กับแอปของลูกค้า:

  1. การเปิดใช้ — ผู้ใช้ใหม่กี่เปอร์เซ็นสร้างโน้ตแรกสำเร็จ (ไม่ใช่แค่เปิดแอป)
  2. การกลับมาซ้ำ — ในรอบ 7/14/30 วัน กี่เปอร์เซ็นสร้างโน้ตเพิ่ม
  3. ความลึก — ผู้ใช้ใช้ฟีเจอร์ซิงค์/ปลั๊กอิน/แท็ก หรือหยุดที่โน้ตเปล่า ๆ
  4. ผลต่อเป้าหมาย — ผู้ใช้ที่ซิงค์ข้ามอุปกรณ์ คงอยู่กับแอปนานกว่าผู้ใช้ที่ไม่ซิงค์หรือไม่

หมายเหตุเกี่ยวกับข้อมูล

ตัวเลขการยอมรับฟีเจอร์ของ Joplin ที่เราควรเผยแพร่ต้องมาจากข้อมูลการใช้งานจริงของทีม Joplin เอง เราไม่มีข้อมูลนั้น ดังนั้นหน้านี้จึงไม่มีตัวเลขเปอร์เซ็นต์ใด ๆ — เป็นการอธิบายวิธีวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่ผลลัพธ์

แหล่งข้อมูล

  • เว็บทางการ: joplin.net
  • ซอร์ซโคด: github.com/laurent22/joplin
  • สัญญาอนุญาต: MIT (แอป) และสัญญาอนุญาตอื่น ๆ สำหรับส่วนประกอบบางส่วน

ดูขอบเขตงานวิเคราะห์ของเราได้ที่หน้า ขอบเขตงาน